ค้นหารถ
เลือกซื้อรถ
Attrage มือสอง
เลือกซื้อ Mitsubishi Attrage มือสอง รถอีโคคาร์ซีดาน ประหยัดน้ำมัน คุ้มค่า น่าใช้

หากคุณกำลังมองหารถยนต์นั่งส่วนบุคคลสไตล์อีโคคาร์ซีดาน 4 ประตู ที่ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองอย่างคล่องตัว ประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ และมีค่าบำรุงรักษาที่สบายกระเป๋า การเลือกซื้อ Mitsubishi Attrage มือสอง ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สร้างความคุ้มค่าสูงสุด มิตซูบิชิ แอททราจ โดดเด่นด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวาง มิติตัวถังขนาดกะทัดรัด พร้อมระบบความปลอดภัยที่ให้มาอย่างครบครันเกินตัว การเลือกซื้อในตลาดรถมือสองช่วยให้คุณประหยัดงบประมาณลงไปได้มาก แต่ยังคงได้ครอบครองรถยนต์ใช้งานดีไซน์ทันสมัย ตอบโจทย์ทุกการเดินทางได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เจเนอเรชันยอดนิยมของ Mitsubishi Attrage มือสอง ในตลาดรถยนต์
ในตลาดรถยนต์มือสองประเทศไทย Mitsubishi Attrage ได้รับการพัฒนาและปรับโฉมอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับความคุ้มค่า โดยโฉมยอดนิยมที่มีหมุนเวียนในตลาดประกอบด้วย:
- Mitsubishi Attrage โฉมแรก (ปี 2013 - 2017): เปิดตัวในฐานะรถยนต์อีโคคาร์ซีดาน 4 ประตู ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร MIVEC 3 สูบ มอบความประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กม./ลิตร มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ CVT INVECS-III โดดเด่นด้วยพื้นที่ห้องโดยสารตอนหลังกว้างขวาง และรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.8 เมตร เป็นโฉมที่ราคาประหยัดเข้าถึงได้ง่ายที่สุด
- Mitsubishi Attrage Minorchange / Safety Edition (ปี 2017 - 2019): รุ่นยกระดับออปชันและระบบความปลอดภัย เพิ่มระบบชะลอความเร็วรถเชิงป้องกันก่อนการชนด้านหน้า (FCM-LS) และระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรง (RMS-Forward) ซึ่งถือเป็นออปชันความปลอดภัยขั้นสูงที่หาได้ยากในรถระดับเดียวกัน ณ ช่วงเวลานั้น
- Mitsubishi Attrage Dynamic Shield Facelift (ปี 2019 - 2026): โฉมปรับดีไซน์ครั้งใหญ่ด้วยเอกลักษณ์ Dynamic Shield กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สปอร์ตดุดัน ตกแต่งเส้นสายสีแดง พร้อมไฟหน้า Bi-LED และไฟ DRL ภายในปรับปรุงวัสดุตกแต่ง อัปเกรดหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto มอบความคุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการรถปีใหม่สภาพป้ายแดง
ทำไมการเลือกซื้อ Mitsubishi Attrage มือสอง ถึงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า?
การตัดสินใจเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ มิตซูบิชิ แอททราจ มือสอง มีเหตุผลสำคัญหลายประการที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าทั้งในด้านงบประมาณและประโยชน์ใช้สอย ดังนี้:
- ราคาประหยัด เข้าถึงง่าย คุ้มค่าเงินทุกบาท: เมื่อเทียบกับรถใหม่ป้ายแดง อัตราค่าเสื่อมราคาทำให้ ราคา Mitsubishi Attrage มือสอง ในตลาดปรับลดลงมาอยู่ในระดับจับต้องได้ง่าย เริ่มต้นเพียงหลักแสนต้นๆ ช่วยให้คุณประหยัดงบประมาณไปได้หลายแสนบาท
- ประหยัดน้ำมันเป็นเลิศและค่าบำรุงรักษาต่ำ: ขุมพลังเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร MIVEC ให้การตอบสนองที่คล่องตัว จิบน้ำมันน้อยมาก อีกทั้งอะไหล่แท้ อะไหล่เทียบ และอู่บำรุงรักษามีรองรับแพร่หลายทั่วประเทศ ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาต่ำมาก
- ห้องโดยสารกว้างขวาง และคล่องตัวสูงในเมือง: แม้จะเป็นรถอีโคคาร์ แต่การออกแบบห้องโดยสารเน้นพื้นที่วางขา (Legroom) ด้านหลังที่โปร่งสบาย ตัวถังขนาดพอดีและวงเลี้ยวแคบ ทำให้การขับขี่เลาะซอกซอยและการหาที่จอดรถในเมืองเป็นเรื่องง่ายดาย
- ระบบความปลอดภัยจัดเต็มเกินระดับรถ: ติดตั้งระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCL, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA รวมถึงระบบเตือนการชนด้านหน้าในรุ่นปีใหม่ๆ มอบความมั่นใจและความอุ่นใจทุกการเดินทาง
สรุปราคาเฉลี่ย Mitsubishi Attrage มือสอง ในตลาดปัจจุบัน
ตารางต่อไปนี้แสดงการประเมิน ราคา Mitsubishi Attrage มือสอง โดยอ้างอิงจากความนิยม สภาพตัวรถ และปีผลิตเฉลี่ยในตลาดปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการวางงบประมาณของคุณ:
| เจเนอเรชัน / รุ่นย่อยยอดนิยม | ช่วงราคาเฉลี่ยในตลาดมือสอง (บาท) |
|---|---|
| Mitsubishi Attrage 1.2 GLX / GLS / GLS-LTD (ปี 2013 - 2017) | 120,000 - 190,000 |
| Mitsubishi Attrage Minorchange / Safety Edition (ปี 2017 - 2019) | 180,000 - 250,000 |
| Mitsubishi Attrage Dynamic Shield / GLX / GLS-LTD (ปี 2019 - 2026) | 240,000 - 360,000 |
สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อ Mitsubishi Attrage มือสอง
เพื่อให้ได้รถยนต์ที่มีสภาพสมบูรณ์และสามารถใช้งานในระยะยาวได้อย่างมั่นใจ ควรเน้นย้ำการตรวจเช็กจุดเฉพาะรุ่นดังต่อไปนี้:
- การทำงานของระบบเกียร์ CVT INVECS-III: ทดลองขับจริงเพื่อสังเกตความราบรื่นในการเปลี่ยนเกียร์ ว่าไม่มีอาการกระตุก รอกกเกียร์ หรือมีเสียงหอนผิดปกติขณะออกตัวและเปลี่ยนความเร็ว พร้อมตรวจเช็กประวัติการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามระยะทาง
- สภาพยางรองแท่นเครื่องและระบบช่วงล่าง: เนื่องจากใช้เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ หากยางรองแท่นเครื่องเสื่อมสภาพจะส่งผลให้ตัวรถมีอาการสั่นขณะจอดติดเครื่อง รวมถึงควรทดลองขับบนทางขรุขระเพื่อตรวจสอบเสียงลูกหมาก บูชยาง และสภาพโช้คอัพ
- ระบบระบายความร้อนและพัดลมหม้อน้ำ: ตรวจเช็กการทำงานของพัดลมหม้อน้ำไฟฟ้า ระดับน้ำคูลแลนต์ และตรวจสอบว่าไม่มีรอยรั่วซึมบริเวณรังผึ้งหม้อน้ำ เพื่อป้องกันปัญหาเครื่องยนต์ฮีตหรือความร้อนสูงขณะการจราจรติดขัด
- ระบบไฟฟ้า หน้าจอสัมผัส และระบบความปลอดภัย: ทดสอบการทำงานของระบบไฟฟ้ารอบคัน หน้าจออินโฟเทนเมนต์ กล้องมองหลัง ระบบปรับอากาศ สวิตช์กระจกไฟฟ้า และใช้เครื่องสแกน OBD ตรวจเช็กว่าระบบ FCM-LS หรือระบบช่วยเตือนต่างๆ ไม่มีสัญญาณไฟเตือนค้างก่อนการส่งมอบ



