ค้นหารถ
เลือกซื้อรถ
IS250 มือสอง
Lexus IS250 มือสอง คอมแพกต์สปอร์ตซีดานหรู V6 ขับหลัง สมรรถนะเร้าใจ ทนทานสไตล์เลกซัส

หากคุณกำลังมองหาสปอร์ตซีดานระดับหรูขนาดกะทัดรัดที่รวมความเร้าใจในการขับขี่ ความประณีตระดับพรีเมียม และความทนทานไม่จุกจิกไว้ในคันเดียว Lexus IS250 มือสอง คือหนึ่งในตัวเลือกที่โดดเด่นและคุ้มค่าน่าครอบครองที่สุดในตลาดรถยนต์เมืองไทย ด้วยแพลตฟอร์มขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ผสานกับขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร V6 หายใจธรรมดา (Naturally Aspirated) ที่ให้สุ้มเสียงทุ้มหวานนุ่มนวลและการตอบสนองคันเร่งที่ติดเท้า การเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นนี้ในรูปแบบมือสองช่วยให้คุณสัมผัสสมรรถนะระดับคู่แข่งยุโรปได้ในงบประมาณที่ประหยัดลงจากป้ายแดงหลายเท่าตัว
เจเนอเรชันยอดนิยมของ Lexus IS250 มือสอง ในตลาดรถยนต์
- Lexus IS250 (รหัสตัวถัง XE20 โฉมแรก ปี 2006 - 2008): โมเดลเปิดตัวสู่ตลาดเมืองไทยที่พลิกประวัติศาสตร์ความสปอร์ตของแบรนด์เลกซัส โดดเด่นด้วยเส้นสายเฉียบคมตามปรัชญา L-finesse ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร V6 รหัส 4GR-FSE เทคโนโลยีหัวฉีดตรง D-4 ให้กำลัง 208 แรงม้า แรงบิด 252 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Paddle Shift หลังพวงมาลัย ภายในตกแต่งหรูหราด้วยเบาะหนังแท้ปรับไฟฟ้าและระบบกุญแจ Smart Keyless เป็นรุ่นที่ราคาจับต้องได้ง่ายที่สุดในปัจจุบัน
- Lexus IS250 Minorchange / F-Sport (รหัสตัวถัง XE20 โฉมปี 2009 - 2012): การปรับโฉมเพิ่มความทันสมัย โดดเด่นด้วยชุดไฟหน้าโปรเจกเตอร์พร้อมไฟหรี่ Daytime Running Lights แบบ LED รูปทรงหัวลูกศร (Arrowhead) ปรับดีไซน์กันชนหน้า กระจังหน้า และไฟท้าย LED ใหม่ พร้อมการเปิดตัวรุ่นย่อย F-Sport ที่มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน ล้ออัลลอยขอบ 18 นิ้วรมดำ ช่วงล่างปรับเซ็ตให้สปอร์ตหนึบแน่นขึ้น และพวงมาลัยสัญลักษณ์ F-Sport
- Lexus IS250C (เปิดประทุน Hardtop Convertible โฉมปี 2009 - 2013): สปอร์ตเปิดประทุน 2 ประตู 4 ที่นั่งสุดไอคอนิกที่ใช้โครงสร้างพื้นฐานเดียวกับ IS250 โดดเด่นด้วยหลังคาแข็งอะลูมิเนียม 3 ชิ้น เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 20 วินาที ให้ทั้งความเงียบสงบแบบรถคูเป้และความโปร่งโล่งแบบรถเปิดประทุน เป็นรุ่นหายากทรงคุณค่าที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มผู้ชื่นชอบรถสะสม
ทำไมการเลือกซื้อ Lexus IS250 มือสอง ถึงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า?
- ความคุ้มค่าด้านราคาเมื่อเทียบกับรถใหม่ป้ายแดง: ในขณะที่ราคาเปิดตัวป้ายแดงของรถรุ่นนี้เคยแตะระดับ 3 ล้านบาทขึ้นไป แต่ในปัจจุบันราคาปรับลดลงมาอยู่ในระดับหลักแสนต้นถึงกลาง ทำให้ผู้ซื้อสามารถครอบครองสปอร์ตซีดานระดับพรีเมียมในงบประมาณที่เทียบเท่าเพียงรถยนต์อีโคคาร์ป้ายแดง
- มนต์เสน่ห์ของเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร V6 ไร้ระบบอัดอากาศ: เครื่องยนต์เบนซินรหัส 4GR-FSE แบบ 6 สูบ V6 ให้การถ่ายทอดพละกำลังที่ต่อเนื่อง นุ่มนวล ไร้อาการรอรอบ (Turbo Lag) และมีเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ ทนทานต่อความร้อน และมีอายุการใช้งานยาวนาน
- ฟีลลิ่งการขับขี่แบบสปอร์ตซีดานขับเคลื่อนล้อหลัง: แชสซีส์ที่แข็งแกร่ง การกระจายน้ำหนักหน้า-หลังที่สมดุล และระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบดับเบิลวิชโบน ด้านหลังแบบมัลติลิงก์ ให้ความรู้สึกคล่องตัว เข้าโค้งคม แม่นยำ และทรงตัวนิ่งมั่นใจในย่านความเร็วสูง
- ความทนทานและค่าบำรุงรักษาที่ดูแลได้ง่าย: แม้จะเป็นรถระดับหรู แต่งานวิศวกรรมของ Lexus ได้รับการยอมรับเรื่องความทนทาน ไม่จุกจิก ชิ้นส่วนสิ้นเปลืองและช่วงล่างสามารถเทียบใช้อะไหล่คุณภาพร่วมกับเครือโตโยต้าได้หลายรายการ มีอู่ผู้เชี่ยวชาญรองรับทั่วประเทศ และค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาไม่แพงเกินไป
สรุปราคาเฉลี่ย Lexus IS250 มือสอง ในตลาดปัจจุบัน
สำหรับ ราคา Lexus IS250 มือสอง ในตลาดรถยนต์มือสองปัจจุบัน จะขึ้นอยู่กับปีที่จดทะเบียน โฉมไมเนอร์เชนจ์ รุ่นย่อย ออปชันตัวถัง (ซีดาน หรือ คอนเวอร์ทิเบิลเปิดประทุน) ตลอดจนสภาพการดูแลรักษา โดยมีโครงสร้างช่วงราคาประเมินเบื้องต้นในตลาดดังนี้
| เจเนอเรชัน / รุ่นย่อยยอดนิยม | ช่วงราคาเฉลี่ยในตลาดมือสอง (บาท) |
|---|---|
| Lexus IS250 2.5 V6 (โฉมปี 2006 - 2008) | 330,000 - 450,000 |
| Lexus IS250 2.5 V6 Minorchange / F-Sport (โฉมปี 2009 - 2012) | 480,000 - 680,000 |
| Lexus IS250C เปิดประทุน Hardtop (โฉมปี 2009 - 2013) | 990,000 - 1,450,000 |
สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อ Lexus IS250 มือสอง
- สภาพคอนโซลหน้าและแผงประตู (Sticky Dashboard): รถตระกูลนี้ในช่วงปี 2006-2009 มักพบปัญหาวัสดุผิวสัมผัสของคอนโซลหน้าและแผงข้างประตูเกิดอาการเหนียว ละลาย หรือแตกลายงาจากความร้อนสะสม ควรตรวจสอบดูว่าเจ้าของเดิมได้ทำการเบิกเปลี่ยนชิ้นใหม่หรือหุ้มหนังบูรณะมาเรียบร้อยแล้วหรือไม่
- ระบบหัวฉีดตรง D-4 และคราบเขม่าสะสมที่วาล์วไอดี: เครื่องยนต์รหัส 4GR-FSE เป็นระบบฉีดตรงเข้าห้องเผาไหม้ จึงมีโอกาสเกิดคราบเขม่าคาร์บอนสะสมที่บ่าวาล์วไอดีตามอายุการใช้งาน ควรทดสอบสตาร์ตขณะเครื่องเย็น ตรวจเช็กรอบเดินเบาว่าต้องนิ่ง ไม่สั่นสะดุด และตรวจดูรอยรั่วซึมของคราบน้ำมันเครื่องบริเวณซีลฝาครอบวาล์ว
- การทำงานของระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และเพลาขับหลัง: ทดสอบการเปลี่ยนเกียร์จากตำแหน่ง P ไป R และ D ต้องไม่มีอาการกระตุกรุนแรง และขณะทดลองขับ การปรับเปลี่ยนเกียร์ในแต่ละย่านความเร็วรวมถึงการกดปุ่ม Paddle Shift ต้องทำงานได้แม่นยำ พร้อมสังเกตเสียงหอนจากชุดเฟืองท้าย
- สภาพระบบช่วงล่างและกลไกหลังคาไฟฟ้า (กรณีรุ่น IS250C): นำรถไปทดลองขับบนทางขรุขระเพื่อฟังเสียงการทำงานของลูกหมาก บูชปีกนก และโช้คอัพ และในกรณีที่เป็นรุ่นเปิดประทุน IS250C ต้องทดสอบระบบเปิด-ปิดหลังคาแข็งไฟฟ้าว่าทำงานได้ราบรื่น เซนเซอร์ทำงานปกติ และตรวจเช็กยางขอบกระจกทุกชิ้นว่าไม่มีน้ำรั่วซึมเข้าห้องโดยสาร



