ประวัติ Jaguar พร้อมราคามือสองและเหตุผลว่าทำไมคนถึงชอบ
1922 – จุดเริ่มต้น
ก่อตั้งในชื่อ Swallow Sidecar Company ก่อนเปลี่ยนเป็น SS Cars และในที่สุดกลายเป็น Jaguar Cars ในปี 1935 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ยุคมอเตอร์สปอร์ต (1950s–1960s)
เปิดตัวรุ่นคลาสสิกอย่าง XK120, C-Type, D-Type และ E-Type ที่โด่งดังในสนามแข่ง Le Mans
ยุค Ford (1989–2008)
ถูกซื้อโดย Ford มุ่งเน้นเทคโนโลยีใหม่ เปิดตัวรุ่น XJ, S-Type, X-Type ฯลฯ
ยุค Tata Motors (2008–ปัจจุบัน)
กลายเป็น Jaguar Land Rover และเปิดตัวซีรีส์ XF, XE, F-Type, F‑Pace, และ I‑Pace รถไฟฟ้ารุ่นแรก
เข้าสู่ยุค EV
Jaguar ประกาศเปลี่ยนเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายในปี 2025
ราคาจำหน่าย Jaguar มือสองในไทย (อัปเดตล่าสุด)
| รุ่น | ปี | ราคาประมาณ (บาท) |
|---|---|---|
| XF 2.2 | 2012 | 759,000–899,000 |
| XF 3.0 Premium Luxury | 2011 | 559,000–888,000 |
| XJ 2.0–3.0 | 2010–2014 | 1,450,000–1,588,000 |
| F‑Pace 2.0 (SUV) | 2017–2019 | 1,578,000–2,499,000 |
| I‑Pace (EV) | 2022 | 3,299,000 |
| E‑Type, XK, สไตล์คลาสสิก | 1970–1996 | 450,000–3,200,000+ |
เหตุผลที่คนถึงชื่นชอบ Jaguar
- ดีไซน์สง่างาม – Jaguar XJ และ F‑Type ได้รับคำชมเรื่องรูปลักษณ์ระดับตำนาน
- สมรรถนะและความรู้สึกในการขับ – รุ่น XJ X308 ถูกเรียกว่า “luxury muscle car” โดยสื่อสายยานยนต์
- ประวัติศาสตร์ยาวนาน – ตำนานแข่ง Le Mans ทำให้แบรนด์มีภาพลักษณ์พรีเมียม
- ตัวเลือกยุคใหม่ – มีทั้งรถยนต์ไฟฟ้า I‑Pace และ SUV อย่าง F‑Paceที่ตอบโจทย์ทุกกลุ่มผู้ใช้งาน
ถึงจะมีเสียงวิจารณ์เรื่อง “ความเชื่อถือได้” และค่าเซอร์วิสค่าอะไหล่สูง แต่แฟน ๆ ยังคงชื่นชอบ “ความหรูหรา การขับสุนทรีย์” ของ Jaguar



