ค้นหารถ
เลือกซื้อรถ
Jazz มือสอง
เลือกซื้อ Honda Jazz มือสอง รถแฮตช์แบ็กอเนกประสงค์ ยอดนิยมตลอดกาลในราคาคุ้มค่า

หากคุณกำลังมองหารถยนต์นั่งขนาดเล็กทรงแฮตช์แบ็ก 5 ประตู ที่ตอบโจทย์ทั้งความคล่องตัวในการขับขี่ในเมือง ความประหยัดน้ำมัน และความอเนกประสงค์ในการบรรจุสัมภาระ การเลือกเป็นเจ้าของ Honda Jazz มือสอง ถือเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาดประเทศไทย รถยนต์รุ่นนี้ขึ้นชื่อเรื่องดีไซน์ที่สวยงามทันสมัยเหนือกาลเวลา เบาะนั่งอเนกประสงค์ Ultra Seat ที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลายรูปแบบ รวมถึงสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ทนทานและดูแลรักษาง่าย ทำให้กลายเป็นรถยนต์มือสองที่ซื้อง่าย ขายต่อได้ราคาดี และครองใจผู้ใช้ทุกกลุ่มมายาวนาน
เจเนอเรชันยอดนิยมของ Honda Jazz มือสอง ในตลาดรถยนต์
ในตลาดรถยนต์มือสองประเทศไทย Honda Jazz มีการพัฒนาออกมาทั้งหมด 3 เจเนอเรชันหลัก ซึ่งแต่ละโฉมต่างก็มีความโดดเด่นและมีฐานผู้ใช้งานในไทยอย่างแพร่หลาย โดยโฉมยอดนิยมที่คุ้มค่าน่าซื้อประกอบด้วย:
- Honda Jazz โฉม GD (ปี 2003 - 2008): เจเนอเรชันแรกที่สร้างปรากฏการณ์รถแฮตช์แบ็กอเนกประสงค์ในไทย โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ 1.5 i-DSI ที่เน้นความประหยัดน้ำมัน และเครื่องยนต์ 1.5 VTEC ที่ให้ความแรงเร่งแซงทันใจ ปัจจุบันเป็นโฉมที่ราคาประหยัด สบายกระเป๋า และเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นใช้รถ
- Honda Jazz โฉม GE (ปี 2008 - 2014): เจเนอเรชันที่สองที่ได้รับการปรับตัวถังให้โปร่งสบายยิ่งขึ้น เปลี่ยนมาใช้เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5 i-VTEC 120 แรงม้า มอบสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนาน มีรุ่นย่อยยอดนิยมอย่าง SV ที่ตกแต่งสปอร์ตพร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อและ Paddle Shift ถือเป็นโฉมยอดฮิตที่รักษาราคาได้ดีเยี่ยม
- Honda Jazz โฉม GK (ปี 2014 - 2021): เจเนอเรชันที่สามและเป็นโฉมสุดท้ายที่ทำตลาดในไทย ปรับเส้นสายตัวถังให้โฉบเฉี่ยวสปอร์ตขั้นสุด มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 i-VTEC ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT ยุคใหม่ รองรับน้ำมัน E85 และเพิ่มระบบควบคุมการทรงตัว VSA มีรุ่นย่อยสปอร์ตอย่าง RS / RS+ ที่มาพร้อมชุดแต่งรอบคันและไฟหน้า Full LED เป็นโฉมที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการรถปีใหม่
ทำไมการเลือกซื้อ Honda Jazz มือสอง ถึงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า?
การตัดสินใจเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ ฮอนด้า แจ๊ส มือสอง มีเหตุผลสำคัญหลายประการที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าทั้งในแง่งบประมาณและประโยชน์ใช้สอย ดังนี้:
- เบาะนั่งปรับพับอเนกประสงค์ Ultra Seat: ไฮไลต์สำคัญที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Honda Jazz คือเบาะนั่งแถวหลังที่สามารถปรับพับได้ถึง 4 รูปแบบ (Utility Mode, Long Mode, Tall Mode, Refresh Mode) ช่วยเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารให้สามารถขนย้ายสิ่งของขนาดใหญ่หรืออุปกรณ์กิจกรรมได้อย่างไร้ขีดจำกัด
- ราคาขายต่อแข็งแกร่งและซื้อง่ายขายคล่อง: เนื่องจากเป็นรถยนต์ประเภทแฮตช์แบ็กยอดนิยมตลอดกาล ทำให้ ราคา Honda Jazz มือสอง ในตลาดมีความเสถียร ซื้อง่าย เปลี่ยนมือสะดวก และรักษาราคาขายต่อได้ดีกว่ารถยนต์ในระดับเดียวกัน
- ค่าบำรุงรักษาประหยัดและอะไหล่แพร่หลาย: เครื่องยนต์ตระกูล i-VTEC ของฮอนด้าขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ไม่จุกจิก อะไหล่แท้ อะไหล่เทียบ และของแต่งมีรองรับในตลาดมหาศาล ช่างตามอู่ทั่วไปสามารถดูแลรักษาได้อย่างง่ายดาย
- ความประหยัดน้ำมันและความคล่องตัวสูง: ด้วยขนาดตัวถังที่กะทัดรัด มิติมุมมองการขับขี่ที่โปร่งกว้าง ทำให้การขับขี่ลัดเลาะและถอยจอดในเมืองทำได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมอัตราการบริโภคน้ำมันที่ประหยัดเป็นเลิศ
สรุปราคาเฉลี่ย Honda Jazz มือสอง ในตลาดปัจจุบัน
ตารางต่อไปนี้แสดงการประเมิน ราคา Honda Jazz มือสอง โดยอ้างอิงจากความนิยม สภาพตัวรถ และปีผลิตเฉลี่ยในตลาดปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการวางงบประมาณของคุณ:
| เจเนอเรชัน / รุ่นย่อยยอดนิยม | ช่วงราคาเฉลี่ยในตลาดมือสอง (บาท) |
|---|---|
| Honda Jazz GD 1.5 i-DSI / VTEC (ปี 2004 - 2008) | 90,000 - 160,000 |
| Honda Jazz GE 1.5 S / V / SV (ปี 2008 - 2014) | 190,000 - 320,000 |
| Honda Jazz GK 1.5 S / V / SV / RS (ปี 2014 - 2021) | 330,000 - 490,000 |
สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อ Honda Jazz มือสอง
เพื่อให้ได้รถยนต์ที่มีสภาพสมบูรณ์และสามารถใช้งานในระยะยาวได้อย่างมั่นใจ ควรเน้นย้ำการตรวจเช็กจุดเฉพาะรุ่นดังต่อไปนี้:
- การทำงานของระบบเกียร์และประวัติเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์: สำหรับโฉม GD และ GK ที่ใช้เกียร์ CVT ควรตรวจสอบประวัติการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตรงตามระยะ และทดลองขับเพื่อสังเกตว่าการส่งกำลังราบรื่น ไม่มีอาการกระตุกหรือรอรอบ ส่วนโฉม GE ควรเช็กการเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดให้ราบรื่น
- ระบบแร็คพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) และระบบช่วงล่าง: ทดลองขับบนทางขรุขระเพื่อฟังเสียงลูกหมาก บูชยางช่วงล่าง และทดลองหมุนพวงมาลัยซ้าย-ขวาขณะจอดนิ่ง เพื่อเช็กว่าไม่มีเสียงดังสะท้อนมาจากชุดแร็คพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า
- สภาพยางแท่นเครื่องและอาการสั่นสะเทือน: ตรวจสอบอาการสั่นของเครื่องยนต์ขณะเข้าเกียร์ D แล้วเหยียบเบรคจอดนิ่ง หากมีอาการสั่นสะเทือนเข้าถึงห้องโดยสารอาจเกิดจากยางแท่นเครื่องทรุดตัวตามอายุการใช้งาน
- ซอกยางขอบประตูและหลุมยางอะไหล่ท้ายรถ: ตรวจเช็กบริเวณหลุมเก็บยางอะไหล่ด้านท้ายรถว่าไม่มีรอยสนิมหรือคราบน้ำรั่วซึม รวมถึงตรวจเช็กตัวถังรอบคันเพื่อยืนยันว่ารถไม่เคยผ่านการชนหนักหรือจมน้ำมาก่อนส่งมอบ



