ค้นหารถ
เลือกซื้อรถ
Everest มือสอง
เลือกซื้อ Ford Everest มือสอง รถยนต์ PPV พรีเมียม 7 ที่นั่งในราคาคุ้มค่า

หากคุณกำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่สำหรับครอบครัวที่ตอบโจทย์ทั้งความหรูหรา นุ่มนวล และสมรรถนะการลุยแบบออฟโรด การเลือกเป็นเจ้าของ Ford Everest มือสอง ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดรถยนต์มือสองเมืองไทย รถยนต์ PPV ระดับพรีเมียมรุ่นนี้โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่บึกบึนทรงพลัง โครงสร้างตัวถังแข็งแกร่งตามมาตรฐานอเมริกัน พร้อมห้องโดยสารขนาด 7 ที่นั่งที่โปร่งสบายและเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง มอบประสบการณ์การเดินทางที่ผ่อนคลายและมั่นใจในทุกเส้นทาง
เจเนอเรชันยอดนิยมของ Ford Everest มือสอง ในตลาดรถยนต์
ในตลาดรถยนต์มือสองประเทศไทย Ford Everest มีการพัฒนาและปรับปรุงสมรรถนะอย่างต่อเนื่อง โดยเจเนอเรชันและโฉมยอดนิยมที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ซื้อมีดังนี้:
- Ford Everest 2.2L / 3.2L (โฉมปี 2015 - 2018): โฉมพลิกโฉมดีไซน์ครั้งใหญ่ที่ยกระดับภาพลักษณ์สู่รถยนต์อเนกประสงค์พรีเมียมอย่างเต็มตัว มาพร้อมขุมพลังดีเซล Duratorq TDCi 2.2 ลิตร และ 3.2 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด โดดเด่นด้วยช่วงล่างหลังแบบคอยล์สปริงพร้อมวัตต์ลิงค์ (Watt's Linkage) ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่เกือบเทียบเท่ารถ SUV ระดับหรู
- Ford Everest 2.0L Turbo / Bi-Turbo (โฉมปี 2018 - 2021): รุ่นปรับโฉม Minorchange ที่เปลี่ยนมาใช้ขุมพลังดีเซล EcoBlue 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว และ Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด เพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน มอบอัตราเร่งที่ตอบสนองทันใจ และมาพร้อมรุ่นย่อยยอดนิยมอย่าง Sport และ Titanium+
- Ford Next-Gen Everest (โฉมปี 2022 - 2025): เจเนอเรชันล่าสุดที่โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED รูป C-Clamp อันเป็นเอกลักษณ์ ภายในห้องโดยสารยกระดับความล้ำสมัยด้วยหน้าจอแนวตั้งสัมผัสขนาดใหญ่ 12 นิ้ว ระบบสั่งการ SYNC 4A และหลังคา panoramic sunroof มอบความหรูหราขั้นสูงสุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถสภาพใกล้เคียงป้ายแดง
ทำไมการเลือกซื้อ Ford Everest มือสอง ถึงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า?
การตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์อเนกประสงค์อย่าง ฟอร์ด เอเวอเรสต์ มือสอง มีเหตุผลสำคัญหลายประการที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าทั้งในแง่งบประมาณและประโยชน์ใช้สอย:
- ราคาเสื่อมลงอยู่ในจุดที่คุ้มราคา: เนื่องจากอัตราค่าเสื่อมราคาของรถใหม่ ส่งผลให้ ราคา Ford Everest มือสอง ปรับลดลงมาจากป้ายแดงอย่างมาก ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ PPV ขนาดใหญ่ที่มีเทคโนโลยีพรีเมียมได้ในงบประมาณที่ประหยัดเงินไปได้หลายแสนถึงหลักล้านบาท
- สมรรถนะช่วงล่างและความนุ่มนวลเป็นเลิศ: ช่วงล่างของ Ford Everest ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มนวล ซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนได้ดีเยี่ยม ทรงตัวได้หนึบแน่นในความเร็วสูง และเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ ไม่โคลงเคลงเหมือนรถกระบะดัดแปลงทั่วไป
- ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่จัดเต็ม: มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง เช่น ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผันอัจฉริยะ (Adaptive Cruise Control) ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ ระบบเตือนจุดอับสายตา และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Terrain Management System ที่ช่วยให้การเดินทางผ่านอุปสรรคทุกรูปแบบเป็นเรื่องง่าย
- ห้องโดยสาร 7 ที่นั่งกว้างขวางอเนกประสงค์: เบาะนั่งแถวที่ 3 ปรับพับด้วยระบบไฟฟ้า (ในรุ่นท็อป) พร้อมระบบปรับอากาศแยกส่วนรอบคัน มอบความสะดวกสบายสูงสุดให้แก่ผู้โดยสารทุกตำแหน่ง และเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้อย่างกว้างขวาง
สรุปราคาเฉลี่ย Ford Everest มือสอง ในตลาดปัจจุบัน
ตารางต่อไปนี้แสดงการประเมิน ราคา Ford Everest มือสอง โดยอ้างอิงจากความนิยม สภาพตัวรถ และปีผลิตเฉลี่ยในตลาดปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการวางงบประมาณของคุณ:
| เจเนอเรชัน / รุ่นย่อยยอดนิยม | ช่วงราคาเฉลี่ยในตลาดมือสอง (บาท) |
|---|---|
| Ford Everest 2.2 / 3.2 Titanium / Titanium+ (ปี 2015 - 2018) | 550,000 - 750,000 |
| Ford Everest 2.0 Turbo / Bi-Turbo Titanium+ / Sport (ปี 2018 - 2021) | 720,000 - 980,000 |
| Ford Next-Gen Everest 2.0 Turbo / Bi-Turbo / V6 (ปี 2022 - 2025) | 1,050,000 - 1,590,000 |
สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อ Ford Everest มือสอง
เพื่อให้ได้รถยนต์ที่มีสภาพสมบูรณ์และสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานโดยไม่มีปัญหาจุกจิก ควรเน้นย้ำการตรวจเช็กจุดเฉพาะรุ่นดังต่อไปนี้:
- ระบบเครื่องยนต์และเทอร์โบชาร์จเจอร์: สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Bi-Turbo ควรตรวจเช็กคราบน้ำมันเครื่องซึมบริเวณฝาครอบหน้าเครื่อง และทดลองเร่งความเร็วเพื่อฟังเสียงการทำงานของเทอร์โบว่าไม่มีเสียงหอนหรืออาการอืดผิดปกติ
- การทำงานของระบบเกียร์และซีลเกียร์: ทดลองขับจริงเพื่อสังเกตจังหวะการเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด หรือ 10 สปีด ว่ามีความราบรื่น นุ่มนวล ไม่มีอาการกระตุกหรือรอรอบ รวมถึงเช็กคราบน้ำมันเกียร์บริเวณใต้ท้องรถ
- ระบบระบายความร้อนและระดับน้ำหล่อเย็น: ตรวจสอบสภาพกระปุกพักน้ำหล่อเย็น ฝาหม้อน้ำ และท่อยางระบบทางเดินน้ำในห้องเครื่องยนต์ว่าไม่มีรอยแตกร้าว คราบน้ำยาหล่อเย็นรั่วซึม หรือพลาสติกกรอบแตกตามอายุการใช้งาน
- ประวัติการบำรุงรักษาและการอัปเดตซอฟต์แวร์: ตรวจสอบสมุดคู่มือการเข้ารับบริการจากศูนย์บริการฟอร์ดหรืออู่เฉพาะทาง เพื่อดูประวัติการเปลี่ยนถ่ายของเหลวตรงตามระยะ และดูว่าตัวรถได้รับการอัปเดตซอฟต์แวร์กล่องควบคุมเกียร์และเครื่องยนต์เรียบร้อยแล้วหรือไม่



