ช่วงหน้าฝนหรืออุบัติเหตุน้ำหกในรถ หลายคนต้องเคยเจอปัญหา เบาะรถยนต์เปียกน้ำ แล้วไม่รู้จะจัดการอย่างไร บางคนปล่อยให้แห้งเอง แต่รู้ไหมว่าเบาะที่ดูเหมือนแห้งแล้ว อาจยังชื้นอยู่ด้านใน และกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อราในภายหลัง บทความนี้จะสรุปแบบละเอียด พร้อมวิธีแก้ที่ช่วยคุณประหยัดเงินค่าซักเบาะหลักพันบาท
เบาะรถยนต์ไม่ได้มีแค่ผ้าหุ้มด้านบนเท่านั้น ด้านในประกอบด้วยฟองน้ำหนา ซึ่งสามารถอมน้ำและความชื้นไว้ได้นานหลายวัน แม้พื้นผิวด้านบนจะแห้งแล้วก็ตาม
ดังนั้นเมื่อ เบาะรถยนต์เปียกฝน สิ่งสำคัญคือ “ต้องรีบทำให้แห้งเร็วที่สุด”
ใช้ผ้าขนหนูหนา ๆ หรือกระดาษซับ กดแรง ๆ ซ้ำหลายรอบ อย่าเช็ดเพียงผิวด้านบน ต้อง “กดซับ” เพื่อดึงน้ำจากฟองน้ำด้านในขึ้นมา
หากฝนหยุดแล้ว ให้จอดในที่ปลอดภัย เปิดประตูหรือหน้าต่างเล็กน้อย เพื่อให้อากาศไหลเวียน การระบายอากาศช่วยลดความชื้นได้เร็วมาก
ถ้าจอดที่บ้าน ให้ใช้พัดลมตั้งพื้นเป่าใส่เบาะ 2–3 ชั่วโมง วิธีนี้ช่วยลดความชื้นสะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สตาร์ทรถ เปิดแอร์แรงสุด และเปิดโหมดไล่ฝ้า (A/C ทำงานเต็มที่) ระบบแอร์จะดูดความชื้นออกจากอากาศในห้องโดยสาร
หากเริ่มมีกลิ่นอับ โรยเบกกิ้งโซดาทิ้งไว้ 3–4 ชั่วโมง แล้วดูดออก ช่วยลดกลิ่นและความชื้นได้ดีโดยไม่ต้องใช้น้ำยาราคาแพง
แม้จะอยากประหยัด แต่ถ้าเจอสถานการณ์ต่อไปนี้ ควรให้ร้านมืออาชีพจัดการ:
เพราะถ้าปล่อยไว้นาน อาจต้องเสียเงินมากกว่าค่าซักเบาะธรรมดา
การจัดการภายใน 24 ชั่วโมงแรก คือกุญแจสำคัญ
เบาะรถยนต์เปียกน้ำ ไม่ใช่เรื่องเล็ก หากปล่อยชื้นอาจเกิดกลิ่นและเชื้อราได้ รีบซับน้ำ ระบายอากาศ และทำให้แห้งเร็วที่สุด จะช่วยประหยัดเงินได้หลายพันบาท
สนใจสอบถาม / นัดดูรถ / ประเมินไฟแนนซ์เบื้องต้น ติดต่อเราได้ตามช่องทางด้านล่างนี้
⏰ เวลาทำการ: ทุกวัน 09:00 - 18:00 น. (หรือนัดหมายล่วงหน้าได้)
แผนที่/โลเคชัน: กดดูแผนที่