แบนเนอร์
ค้นหารถ

หน้าแรก > บทความ > 5 สิ่งที่ต้องรีบตรวจเช็กทันที หลังรถยนต์ถูกน้ำท่วมขัง! | 2025-11-29 16:26:48
5 สิ่งที่ต้องรีบตรวจเช็กทันที หลังรถยนต์ถูกน้ำท่วมขัง!


เมื่อเกิดเหตุการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมขังแบบกะทันหัน หรือรถจอดทิ้งไว้ในพื้นที่ที่น้ำเอ่อล้นจนระดับน้ำขึ้นสูงเกินกว่าปกติ หลายคนอาจต้องเผชิญปัญหา “รถยนต์ถูกน้ำท่วม” แบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งสร้างผลกระทบต่อรถอย่างมาก โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า ระบบเครื่องยนต์ และภายในรถ หากแก้ไขไม่ถูกวิธีอาจทำให้รถเสียหายหนักจนต้องซ่อมครั้งใหญ่

5 สิ่งที่ต้องรีบตรวจเช็กทันที หลังรถยนต์ถูกน้ำท่วมขัง เพื่อให้ผู้ใช้รถสามารถประเมินระดับความเสียหายเบื้องต้น ป้องกันปัญหาแทรกซ้อน และรู้ว่าควรแจ้งประกันหรือส่งซ่อมเมื่อใด เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและยืดอายุการใช้งานของรถในระยะยาว

1. ห้ามสตาร์ตรถเด็ดขาด และตรวจระดับน้ำที่ท่วมรถก่อน

ทันทีที่พบว่ารถถูกน้ำท่วม สิ่งสำคัญที่สุดคือ ห้ามสตาร์ตรถ เพราะอาจทำให้ระบบไฟฟ้าลัดวงจร หรือทำให้เครื่องยนต์ดูดน้ำเข้าไป (Hydrolock) ซึ่งจะทำให้เครื่องพังหนัก

สิ่งที่ควรตรวจสอบ

  • ระดับน้ำสูงแค่ไหน? ท่วมล้อ / ท่วมครึ่งประตู / ท่วมถึงคอนโซล
  • น้ำยังท่วมอยู่หรือแห้งแล้ว
  • บริเวณเครื่องยนต์เปียกมากน้อยเพียงใด

หากระดับน้ำสูงจนถึงห้องเครื่อง ควร เรียกรถยกทันที และไม่ควรขยับรถด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายหนักกว่าเดิม

2. ตรวจสภาพห้องเครื่อง (Engine Bay) และระบบไฟฟ้ารอบคัน

ห้องเครื่องคือส่วนที่อ่อนไหวที่สุดเมื่อมีน้ำท่วม เนื่องจากมีระบบไฟฟ้าและเซ็นเซอร์หลายจุด การตรวจให้รอบคันช่วยประเมินความเสียหายเบื้องต้นได้ดีขึ้น

สิ่งที่ควรตรวจในห้องเครื่อง

  • สายไฟ / ปลั๊กไฟฟ้า / ฟิวส์ มีรอยน้ำหรือคราบสกปรกหรือไม่
  • กล่อง ECU ถูกน้ำสาดหรือแช่หรือเปล่า
  • ไส้กรองอากาศ ฉ่ำน้ำหรือไม่ (ถ้าเปียก ห้ามสตาร์ต)
  • น้ำมันเครื่อง มีสีขุ่นหรือเป็นน้ำผสมอยู่หรือไม่

หากพบความผิดปกติ เช่น กลิ่นไหม้ คราบน้ำ หรือเสียงเตือนผิดปกติ ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจเช็กอย่างละเอียดก่อนใช้งานต่อ

3. ตรวจใต้ท้องรถ, ระบบเบรก และช่วงล่าง

หลังน้ำลด สิ่งที่เจ้าของรถมักมองข้ามคือ “ใต้ท้องรถ” ทั้งที่เป็นจุดเสี่ยงอันดับต้น ๆ ของการสะสมโคลน ตะกอน และความชื้น ซึ่งอาจทำให้เกิดสนิมหรือทำให้ชิ้นส่วนเสื่อมเร็วกว่าปกติ

สิ่งที่ควรตรวจให้ละเอียด

  • เบรกหน้า-หลัง มีโคลนอุดตันหรือไม่
  • ผ้าเบรกเปียกหรือมีเสียงขูดเมื่อทดลองขยับรถ
  • ลูกปืนล้อมีเสียงผิดปกติ
  • ยางแท่นเครื่องมีความชื้นสะสม
  • โครงรถหรือแชสซีมีคราบโคลนติดแน่นหรือมีสนิมเริ่มขึ้นหรือยัง

คำแนะนำ : หลังผ่านน้ำท่วม ควรล้างอัดฉีดใต้ท้องรถให้สะอาดเพื่อป้องกันสนิมและยืดอายุชิ้นส่วนช่วงล่าง

4. ตรวจภายในห้องโดยสาร (Interior Cabin) และกลิ่นอับ

ภายในรถเป็นอีกส่วนที่เสียหายได้ง่าย โดยเฉพาะฉนวนซับน้ำ พรมพื้นรถ และระบบไฟที่ถูกซ่อนอยู่ใต้เบาะ หากปล่อยให้อับชื้นนาน อาจเกิดเชื้อรา และทำให้ระบบไฟฟ้าบางจุดเสีย

สิ่งที่ควรทำทันที

  • ถอดพรมพื้นรถออกเพื่อตากให้แห้ง
  • เช็กว่ามีน้ำขังใต้พรมหรือไม่
  • เปิดประตู–กระจก เพื่อให้อากาศถ่ายเท
  • ใช้พัดลม หรือเครื่องดูดความชื้นเร่งให้แห้ง
  • ตรวจกลิ่นอับหรือเชื้อราบริเวณผ้าเบาะ

ถ้าพื้นพรมแช่น้ำนานเกิน 3–4 ชั่วโมง ควรนำรถเข้าอู่เพื่อ ถอดพรม–ยกเบาะ และอบโอโซน เพื่อป้องกันเชื้อราและปัญหากลิ่นติดรถในระยะยาว

5. ตรวจของเหลวทั้งหมดในระบบรถยนต์ (Fluids)

เมื่อน้ำสามารถเล็ดลอดเข้าไปในระบบเครื่องยนต์ เกียร์ หรือระบบส่งกำลัง การปนเปื้อนของน้ำอาจสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง หากไม่รีบตรวจและเปลี่ยนทันที

ของเหลวที่ต้องตรวจ

  • น้ำมันเครื่อง – หากมีสีขุ่นหรือมีฟอง ต้องเปลี่ยนทันที
  • น้ำมันเกียร์ – ตรวจสีและความข้นของน้ำมัน
  • น้ำมันเฟืองท้าย (สำหรับรถกระบะ/PPV)
  • น้ำมันเบรกและพวงมาลัยเพาเวอร์
  • น้ำยาหล่อเย็นหม้อน้ำ (Coolant)

หากพบว่าน้ำมันมีสีผิดปกติหรือดูเหมือนถูกน้ำปน ควรให้ช่างล้างระบบและเปลี่ยนถ่ายใหม่ทั้งหมด เพื่อลดโอกาสเครื่องพังในอนาคต

เมื่อไหร่ที่ควรแจ้งประกันภัยรถยนต์?

หากรถท่วมระดับถึงห้องโดยสาร ห้องเครื่อง หรือสตาร์ตแล้วเครื่องไม่ติด ควรแจ้งเคลมทันที เพราะอาจเข้าข่าย เคลมจากภัยน้ำท่วม โดยเฉพาะประกันชั้น 1

กรณีที่ควรแจ้งประกันทันที

  • น้ำท่วมสูงกว่ากึ่งประตูรถ
  • ห้องเครื่องโดนน้ำ
  • รถสตาร์ตไม่ติดหลังน้ำลด
  • ไฟเตือนผิดปกติขึ้นหลายจุด

อย่าพยายามซ่อมเอง เพราะหากใช้ผิดวิธี ประกันอาจปฏิเสธการเคลมได้

ข้อควรทำหลังน้ำลด เพื่อป้องกันปัญหาระยะยาว

เพื่อให้รถกลับมาสภาพดีเหมือนเดิม ควรทำตามนี้เพิ่มเติม

แนะนำให้ทำ

  • ล้างรถแบบละเอียดทั้งภายนอก–ภายใน
  • อบโอโซนกำจัดเชื้อรา
  • อัดฉีดช่วงล่างเพื่อลดตะกอนโคลน
  • ตรวจระบบไฟฟ้าแบบละเอียดโดยช่าง
  • ทดสอบระบบเบรกและระบบส่งกำลังหลังซ่อม

สรุป

เหตุการณ์รถยนต์ถูกน้ำท่วมอาจทำให้หลายคนกังวล แต่หากตรวจเช็กอย่างถูกต้องตาม 5 สิ่งที่ต้องรีบตรวจเช็กทันที หลังรถยนต์ถูกน้ำท่วมขัง จะช่วยประเมินความเสียหายได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงเครื่องพัง ลดค่าซ่อมที่ไม่จำเป็น และช่วยให้รถกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง


เว็บรถมือสองดูออนไลน์ ทุกคันการันตีสภาพ ต้อง ดรีมคาร์ (DREAM CARS) ตลาดรวมรถมือสอง ฟรีดาวน์ ดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมบริการจัดไฟแนนซ์ ส่งรถให้ดูถึงหน้าบ้าน
DRMCARS (ดรีมคาร์)

รับข้อเสนอรถมือสองสุดพิเศษ รถซุปเปอร์คาร์ รถพรีเมี่ยมคาร์ Benz BMW Lexus Mini Audi Porsche รถตู้พรีเมี่ยม Alphard Vellfire H1 Caravell Vito อื่นๆ คัดสรรสภาพการันตีไมล์แท้ อยากได้รถที่ดีต้องรถที่ดรีม

© Copyrights. All rights reserved. DRMCARS (ดรีมคาร์)

รถยอดนิยม
ติดต่อเรา

เบอร์.088-85-99999
อีเมล์ drmcars2024@gmail.com
ไอดีไลน์ @dreamcar

บริษัท ดรีมคาร์มาร์ท จำกัด
88/88 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
เลขผู้เสียภาษี : 0105564028618
โทร : 02-44-99999 (ฝ่ายขาย)
โทร : 02-44-88888 (ฝ่ายบัญชี)