
ในปี 2568 หนึ่งในประเด็นที่วงการรถคลาสสิกจับตาอย่างมากคือ กฎเก็บภาษีรถโบราณใหม่ 2568
ที่กระทรวงการคลังเตรียมประกาศใช้ โดยถือเป็นความพยายามครั้งใหญ่ในการจัดระเบียบรถโบราณในไทย ให้เป็นมาตรฐานเดียวกับประเทศที่มีวัฒนธรรมการอนุรักษ์รถเก่า เช่น ญี่ปุ่น อังกฤษ และเยอรมนี ขณะเดียวกันก็เป็นแนวทางสนับสนุนให้ไทยเป็น “ศูนย์กลางอนุรักษ์รถคลาสสิกของภูมิภาค” ทั้งด้านภาษี พิพิธภัณฑ์ และกิจกรรมมอเตอร์คลาสสิก
กฎภาษีรถโบราณใหม่ฉบับปี 2568 มีอะไรเปลี่ยน? เก็บภาษีอย่างไร? ใครต้องเสีย? และจะส่งผลกับคนที่ครอบครองหรือกำลังคิดจะซื้อรถเก่าอย่างไรบ้าง
นิยามรถโบราณตามกฎใหม่ถือว่าอย่างไร?
หนึ่งในจุดสำคัญของกฎนี้คือการกำหนดนิยามของ “รถโบราณ” ให้ชัดเจนขึ้น เพื่อให้เกิดมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ
คุณสมบัติของรถโบราณตามกฎใหม่
- อายุรถ ตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป นับจากปีที่จดทะเบียนครั้งแรก
- องค์ประกอบและชิ้นส่วนหลักต้องคงสภาพเดิมอย่างน้อย 70%
- หากมีการดัดแปลง ต้องไม่กระทบต่อเอกลักษณ์รุ่น เช่น โครงสร้างตัวถัง เลขตัวถัง หรือระบบขับเคลื่อนแบบดั้งเดิม
- ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานกลาง เช่น สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย
- ต้องนำรถเข้าตรวจสภาพก่อนยื่นขอรับรองสถานะรถโบราณ
มาตรฐานที่ชัดเจนนี้ทำให้การตรวจสอบง่ายขึ้น และป้องกันการสวมทะเบียนหรือดัดแปลงผิดรูปแบบในตลาดรถคลาสสิก
กฎเก็บภาษีรถโบราณใหม่ 2568 มีอะไรเปลี่ยนแปลง?
การปรับปรุงกฎครั้งนี้แบ่งได้เป็น 3 เรื่องใหญ่ ได้แก่ ภาษีนำเข้า ภาษีการครอบครอง และขั้นตอนการยื่นภาษี
1. ลดภาษีนำเข้ารถโบราณที่แท้จริง
รถโบราณที่ผ่านเกณฑ์อายุ 30 ปีจะได้รับการลดภาษีนำเข้า
- อัตราภาษีนำเข้า ลดลงเหลือ 0–5%
- ภาษีสรรพสามิต ลดลงเหลือ 5%
- VAT คงเดิม 7%
ประโยชน์
ช่วยให้การนำเข้ารถคลาสสิกถูกกฎหมายเป็นเรื่องง่ายขึ้น ลดแรงจูงใจในการนำเข้าแบบผิดกฎหมาย และทำให้ตลาดรถโบราณเติบโตอย่างโปร่งใส
2. เพิ่มความชัดเจนในการคิดภาษีประจำปี
รถโบราณถูกกำหนดภาษีประจำปีใหม่ โดยคำนึงถึงการใช้งานจริง ซึ่งหลายประเทศใช้แนวคิดนี้อยู่แล้ว
วิธีคำนวณภาษีประจำปีแบบใหม่
- หากเป็นรถที่ใช้เพื่อ การสะสมหรือจัดแสดง — เสียภาษีขั้นต่ำเพียงปีละ 100–500 บาท
- หากเป็นรถที่ ออกใช้งานบนท้องถนน — ใช้สูตรภาษีตามปริมาตรกระบอกสูบ (CC) แต่ลดลงจากรถทั่วไป 30–80%
- รถที่มีการปรับแต่งให้ใช้งานปกติ เช่น เปลี่ยนเครื่องใหม่ หรือแปลงระบบขับเคลื่อน — อาจไม่เข้าข่าย “รถโบราณแท้” และถูกคิดภาษีแบบรถปกติ
ผลดี: ผู้ครอบครองรถโบราณสามารถลดภาระภาษี โดยเฉพาะรถหายากที่ไม่ค่อยขับใช้งาน
3. กำหนดขั้นตอนยื่นภาษีและตรวจสภาพ
กฎใหม่กำหนดให้เจ้าของรถโบราณต้องทำตามขั้นตอนดังนี้
- ตรวจสภาพประจำปีในศูนย์ตรวจสภาพที่ได้รับการรับรอง
- ยืนยันสถานะ “รถโบราณ” ทุก 3 ปี
- บันทึกการซ่อมบำรุงสำคัญไว้ในการตรวจครั้งถัดไป
- ยื่นภาษีออนไลน์ได้ผ่านระบบ DLT
- รถที่ไม่ผ่านการตรวจสภาพอาจถูกปรับสถานะกลับเป็น “รถทั่วไป”
มาตรการนี้ช่วยให้ฐานข้อมูลรถโบราณในไทยครบถ้วน และป้องกันรถที่แปลงสภาพไม่ถูกต้อง
ใครได้รับผลกระทบจากกฎใหม่?
1. เจ้าของรถโบราณเดิม
ได้รับผลดีเป็นส่วนใหญ่
- จ่ายภาษีถูกลง
- มีสิทธิ์จดทะเบียนใหม่ง่ายขึ้น
- สามารถขายต่อได้ง่ายกว่า เพราะรถได้รับการรับรองจากภาครัฐ
2. ผู้ที่กำลังคิดจะซื้อรถโบราณ
ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า
- รถที่อยากซื้อมีเอกสารถูกต้อง
- ตรงตามคุณสมบัติรถโบราณ
- ไม่เคยผ่านการดัดแปลงผิดเงื่อนไข
3. ผู้นำเข้ารถคลาสสิก
ได้รับผลดีโดยตรง
- ภาษีนำเข้าลดลง
- ขั้นตอนไม่ซับซ้อน
- สินค้าแข่งขันกับตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น
ทำไมไทยถึงผลักดันกฎภาษีรถโบราณใหม่?
รัฐบาลตั้งเป้าให้ไทยเป็น “HUB รถคลาสสิกเอเชีย” ด้วยเหตุผลหลัก ๆ ดังนี้
แรงผลักดันสำคัญ
- ไทยมีรถโบราณในระบบมากกว่า 200,000 คัน แต่ขาดมาตรฐานกลาง
- ตลาดรถคลาสสิกทั่วโลกเติบโตปีละ 10–15%
- นักสะสมต่างประเทศเริ่มมองไทยเป็นแหล่งซ่อมและฟื้นฟูรถคลาสสิกที่มีคุณภาพ
- การจัดงานอีเวนต์รถโบราณ เช่น งานประกวด รถโชว์ สามารถสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยว
การมี กฎเก็บภาษีรถโบราณใหม่ 2568 จะช่วยสร้างความชัดเจนทั้งด้านการค้า การอนุรักษ์ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลในอนาคต
รถแบบไหน “ไม่เข้าเกณฑ์” รถโบราณตามกฎใหม่?
เพื่อป้องกันช่องโหว่ กฎใหม่ระบุชัดว่ารถเหล่านี้จะไม่ถูกจัดเป็นรถโบราณ
- รถที่อายุไม่ถึง 30 ปี
- รถที่เปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่แบบไม่ตรงรุ่นเดิม
- รถที่ดัดแปลงโครงสร้าง (เช่น แปลงหัว/ท้าย)
- รถทำสีใหม่ที่ผิดจากสเปกรถดั้งเดิมอย่างชัดเจน
- รถที่ไม่มีประวัติการครอบครองชัดเจน
รถเหล่านี้ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่จะไม่ได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีตามกฎใหม่
ผลกระทบต่อตลาดรถโบราณในไทย
กฎใหม่นี้ถูกมองว่าจะทำให้ตลาดรถโบราณ “มีคุณภาพและโปร่งใสมากขึ้น”
ผลกระทบเชิงบวก
- ราคาซื้อขายรถโบราณแท้เพิ่มขึ้น
- รถที่มีเอกสารครบมีมูลค่ามากขึ้น
- ลดความเสี่ยงการสวมทะเบียน
- มีอู่ซ่อมรถโบราณที่ได้มาตรฐานเพิ่มขึ้น
- ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงยานยนต์และงานประกวดรถคลาสสิก
ผลกระทบที่ต้องระวัง
- รถที่ไม่เข้าเกณฑ์อาจได้รับภาษีแบบรถทั่วไป
- รถที่ดัดแปลงหนักอาจไม่สามารถขอสถานะ “รถโบราณ” ได้
- ผู้ขายต้องให้ข้อมูลชัดเจนมากขึ้นก่อนประกาศขาย
สรุป
กฎเก็บภาษีรถโบราณใหม่ 2568 เป็นอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญที่มีเป้าหมายเพื่อจัดระเบียบรถโบราณในไทยให้ได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมผลักดันให้ประเทศกลายเป็นศูนย์กลางด้านรถคลาสสิกในภูมิภาค ด้วยการกำหนดนิยามรถโบราณให้ชัดเจน ลดภาษีนำเข้า และกำหนดขั้นตอนตรวจสภาพอย่างโปร่งใส
เว็บรถมือสองดูออนไลน์ ทุกคันการันตีสภาพ ต้อง ดรีมคาร์ (DREAM CARS) ตลาดรวมรถมือสอง ฟรีดาวน์ ดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมบริการจัดไฟแนนซ์ ส่งรถให้ดูถึงหน้าบ้าน











